บทที่ 2 ออกตามหา
ปิ๊งป่องๆ........ เสียงกริ่งที่หน้าประตูดังขึ้น แต่ก็ไม่ทำให้ชายหนุ่มเจ้าของห้องที่กำลังนั่งกลุ้มอกกลุ้มใจอยู่ ยอมสละโซฟาลุกขึ้นไปเปิดประตูเพื่อต้อนรับแขกผู้มาเยือนยามเช้าเช่นนี้....
จะให้ลุกขึ้นไปเปิดง่ายๆได้อย่างไรกัน! ก็ในเมื่อเดาได้เลยว่าคนที่ยืนรออยู่อีกฟากของประตูจะต้องเป็น รุกิ เจ้าของปัญหาที่เค้ากำลังกลุ้มอกกลุ้มใจอยู่ในขณะนี้แน่ๆ!
ปิ๊งป่องๆๆๆๆ!..... แต่ดูเหมือนว่า ถ้ายิ่งทำเป็นนิ่งเงียบอยู่อย่างนี้ เสียงกริ่งก็จะยิ่งดังขึ้นและรัวเร็วขึ้น..................เห็นทีจะต้องเผชิญหน้าจริงๆซะแล้ว......เฮ้อ~...ไม่อยากเลย......
นี่!ทำไมนายถึงเดินมาเปิดช้าจังเลย อาโออิ....ยืนรอจนขาแข็งแล้วนะเว้ย! ของก็หนักด้วย! ทันทีที่ประตูแง้มเปิด ก็มีเสียงค่อนขอดตามมาเป็นขบวนใหญ่
เออ.....อย่าบ่นมากน่า จะเข้ามาก็รีบๆคนยิ่งง่วงๆอยู่ ไม่รู้จะมาทำไมซะเช้าขนาดนี้...ฮ้าวว~... อาโออิเอามือปิดปากทำท่าหาวหวอดๆ แต่ใครจะรู้ว่าที่ทำอย่างงี้น่ะ.......เพราะกำลังพยายามหลบซ่อนรอยช้ำวงเบ่อเร่อที่ตรงมุมปากอยู่ต่างหาก........
ฉันก็มาหาน้องชายฉันน่ะสิ...นี่ไคคุงยังไม่ตื่นอีกเหรอ? แปลกแฮะ ปกติชอบตื่นแต่เช้าเลยนี่.....สงสัยจะยังแปลกที่แปลกทาง........ไคคุง~ตื่นเร้ว~........ ท้ายประโยคเบาลงเพราะเจ้าตัวถือวิสาสะเข้าไปในห้องนอนที่มัน.....เคย.....เป็นห้องนอนของไคคุง ....
อาโออิ! !......ไคคุงหายไปไหนน่ะ!...ที่ใต้เตียงก็ไม่มี! ในห้องน้ำก็ไม่มี!...น้องชายฉันหายไปไหน!......แต่เอ๊ะ!นั่น!....ปากนายไปโดนอะไรมา อาโออิ ทำไมมันเขียวช้ำแบบนั้น!..... รุกิเดินออกมาพร้อมด้วยท่าทางสับสนกระวนกระวาย ซึ่งเป็นอาการที่คาดเดาได้ไม่ยากนักสำหรับอาโออิ...
เอ่อ........คือว่า..........ไม่มีอะไรหรอก พอดี....เมื่อคืนเล่นมวยปล้ำกับไคคุงเพลินไปหน่อยน่ะ...เลยผิดคิว......... ไม่รู้จะบอกความจริงกับหมอนี่ยังไงดี.......จะให้บอกว่า เมื่อวานฉันเครียดเลยดื่มหนักไปหน่อย...แล้วก็เลยเผลอย่องเข้าห้องน้องชายนายกลางดึก...หมายจะปล้ำทำเมีย...อย่างนั้นน่ะเหรอ?....ไม่มีทาง!....มีหวังถ้าพูดแบบนั้นออกไป คงได้รอยช้ำมาประดับบนใบหน้าอีกล็อตใหญ่ๆ
อาโออิ...รู้ตัวรึเปล่าว่าเวลานายกำลังโกหก นายจะพูดโดยพยายามหลบตาฉัน... !
อะ.....เอ่อ....ไม่ได้โกหกนะ~...จริงจริ๊ง~... อาโออิที่เริ่มหน้าซีดปากสั่น รีบหันกลับมาสบตาเพื่อแสดงความจริงใจ..........?
แล้วเวลานายพูดแก้ตัว...หลังจากที่ได้ทำผิดอะไรมาสักอย่าง....หางเสียงของนายจะสูงผิดคีย์ปกติด้วย...........พูดความจริงมา อาโออิ...น้องชายฉันอยู่ไหน และ...นายทำอะไรกับน้องชายฉันเมื่อคืนนี้... รุกิ ไม่เคยโดยเค้าหลอกหรือปิดบังเรื่องอะไรได้สำเร็จเลยซักครั้ง......ให้ตายเหอะ คงต้องยอมแพ้ แล้วเล่าความจริงทั้งหมดไป.......เรื่องอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด....คนที่ทำความผิดก็ต้องยอมรับผลกรรมที่จะตามมา...
----------------------------------
รุกินั่งเงียบฟังเรื่องราวทั้งหมดที่ออกมาจากปากของชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนซี้....เพื่อนซี้ที่เค้าไว้ใจในทุกๆเรื่อง...ไว้ใจมากจนนำน้องชายที่อ่อนแอและไม่ปกติ...น้องชายที่เค้าเฝ้าหวงแหนเอ็นดูราวกับไข่ในหิน มาฝากไว้ชั่วคราว............เพื่อนซี้ที่เกือบจะข่มขืนน้องชายของเค้า! !............
อาโออิที่เล่าความจริงทุกอย่างจนหมดสิ้น..ได้แต่นั่งคอตก รอรับบทลงโทษอย่างไม่คิดที่จะหลบเลี่ยงอีกต่อไป......เค้ารู้ดี ว่ารุกิไว้ใจเค้ามาก จึงกล้าพาน้องชายหัวแก้วหัวแหวนมาฝากให้พักอาศัยอยู่กับเค้าชั่วคราว ด้วยตอนนี้กำลังมีปัญหากับที่บ้าน......แต่เค้าก็เป็นคนทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจของรุกิลงด้วยมือของตัวเอง......ไหนจะความไว้ใจของไคคุง....เด็กน่ารักคนนั้น ที่ร้องห่มร้องไห้วิ่งเตลิดหนีไปกลางดึก....ท่ามกลางสติที่ถูกแอลกอฮอล์ควบคุม เค้ายังจำได้ถึงสายตาของไคคุงที่มองตรงมา........มันทั้งเจ็บปวดและหวาดกลัว....เค้ามันเลวจริงๆ!ที่กล้าทำร้ายเด็กที่ใสซื่อบริสุทธิ์อย่างนั้นได้ลงคอ.....
ถึงตอนนี้ ถ้ารุกิจะด่าว่า หรือชกต่อย ทุบตีเค้ายังไง....ก็จะไม่ขอต่อสู้หรือป้องกันตัวเองเลยแม้แต่น้อย.......
นาย...ทำอย่างนั้นลงไปได้ยังไง อาโออิ....ฉันรู้สึกผิดหวังในตัวนายจริงๆ....ฉันไม่รู้จะพูดยังไงดีแล้ว... เมื่อมันอับจนในคำพูด ชายหนุ่มก็ได้แต่ก้มซบหน้านิ่งกับฝ่ามือตัวเอง ไหล่ทั้งสองข้างสั่นน้อยๆ ความโกรธ ความผิดหวัง ถูกกลั่นออกมาเป็นน้ำตา.........
ฉันขอโทษ....รุกิ..และขอโทษที่พูดได้แค่คำว่า....ขอโทษ........ อาโออิรู้สึกผิดเพิ่มขึ้นอีกสิบเท่า เมื่อมองเห็นน้ำตาของเพื่อน......เค้าไม่กล้าพอที่จะเอื้อมมือไปเช็ดและปลอบขวัญ เพราะรู้ดีว่า...เป็นเพราะมือนี้เช่นกันที่ทำให้เพื่อนต้องร้องไห้........
ฉันไม่ต้องการคำขอโทษจากนายหรอกอาโออิ...ในตอนนี้สิ่งที่ฉันต้องการที่สุด นายก็น่าจะรู้ว่าคืออะไร.....เปลี่ยนคำขอโทษของนายเป็น เอาไคคุงคืนมาให้ฉัน..นายก็รู้ ว่าไคคุงไม่ปรกติ เค้าไม่เคยออกไปไหนคนเดียวแม้ซักครั้ง ทุกที่ที่เค้าไปต้องมีฉันไปด้วย....เค้าทั้งอ่อนต่อโลกและแสนซื่อ....ฉันจะเอาเค้ากลับมาได้ยังไง?.....จะเริ่มต้นค้นหาจากตรงไหน?....ให้ตายเถอะ! หัวฉันจะระเบิดอยู่แล้ว!! รุกิที่เริ่มออกอาการเครียดจัดได้แต่เอามือทึ้งผมตัวเองแรงๆอย่างไร้ทางออก
เฮ้ย!ใจเย็นสิรุกิ....ฉันรู้ว่านั่นเป็นน้องนายทั้งคนจะให้เย็นใจได้น่ะมันยาก...แต่นายอย่าเครียดจนทำร้ายตัวเองแบบนี้สิ...ถ้านายอยากทำมาทำฉันนี่ ฉันเป็นคนผิดสมควรได้รับการลงโทษ.. รุกิไม่ตอบ และไม่ทุบตีอย่างที่อาโออิรอคอย ชายหนุ่มได้แต่ส่ายหัวช้าๆแทนคำตอบทั้งหมด....ท่าทางจนปัญญานั่นยิ่งบีบคั้นหัวใจของอาโออิให้ปวดหนึบ...
ฉันจะช่วยนายหาไคคุงเอง...ฉันจะออกตามหาทุกวัน ทั้งกลางวันกลางคืน....จะไปขอร้องป๊าให้ช่วยสั่งคนออกตามหา แล้วป๊าฉันก็พอมีเส้นสายกับตำรวจอยู่เยอะทีเดียว....เชื่อฉันนะรุกิ ว่าเราจะต้องตามหาไคคุงพบ...ฉันจะเป็นคนพาน้องชายมาคืนให้นายเอง!... อาโออิให้คำมั่นสัญญา โดยที่ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองจะทำได้มั้ย...แต่ที่รู้คือ เค้าจะต้องทำให้ได้อย่างที่พูด........
.......ไม่ว่าป๊าจะเกลียดลูกนอกคอกอย่างผมสักแค่ไหน....ต่อให้ต้องก้มลงคุกเข่าอ้อนวอน ผมก็จะทำ......จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ไคคุงกลับคืนมา........และแอบหวังเล็กๆว่า ถ้าทำได้สำเร็จมันจะพอช่วยละลายความผิดที่เคยกระทำลงไปให้เจือจางลง...........
----------------------------------
ล้างหน้าล้างตาเสร็จแล้วใช่มั้ย?...หิวรึยัง?หรือว่าจะไปกันเลย ผมเอ่ยถามทันทีที่เห็นไคคุงเดินออกมาจากห้องน้ำ
....เมื่อกี้...พอตั้งสติได้...หลังจากที่นั่งมึนอยู่หลายนาทีกับจุมพิตแผ่วๆของไคคุงที่จงใจประทับลงมาที่แก้มซ้าย...ผมก็รีบกระวีกระวาดลงจากเตียงเพื่อไปปฏิบัติกิจวัตรยามเช้าโดยเร็ว ก่อนที่จะสั่งให้ไคคุงทำบ้าง...
ผมจำเป็นต้องรีบส่งไคคุงกลับบ้านกลับช่องโดยเร็ว ก่อนที่หมอนี่จะทำอะไรแปลกๆกับผมไปมากกว่านี้...และก่อนที่ผมจะรู้สึกแปลกๆกับหมอนี่ไปมากกว่าที่เป็นอยู่...
ฮะ...ผมทำเสร็จแล้ว ผมยังไม่หิวผมอยากไปหารุกิ ไคคุงเดินมานั่งข้างๆผมตรงที่โซฟา ในขณะเดียวกันผมก็เลื่อนกระดาษกับปากกาไปอยู่ที่ตรงหน้าหมอนั่น
อ่ะ...เขียนที่อยู่ของเธอมา วาดแผนที่ด้วยก็ดี ผมเอ่ยเรียบๆ...เห็นไคคุงยิ้มระรื่น แล้วคว้าปากกาขึ้นมาก่อนที่จะจรดปลายหมึกลงบนกระดาษสีขาวว่างเปล่า........ผมเอียนหลังพิงเบาะโซฟามองดูอยู่เงียบๆ...แต่แล้วไคคุงก็ทำในสิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจจนถึงขีดสุด...
...หมอนั่นไม่ได้กำลังเขียนที่อยู่ และก็ไม่ได้กำลังเขียนแผนที่...แต่นิ้วเรียวขาวที่กำลังจับปากกาอยู่นั้น กำลังลากลายเส้นหนักเบาขึ้นอย่างคล่องแคล่ว...เพียงไม่ถึงสิบนาที ลายเส้นทุกสายก็ประกอบกันขึ้นเป็นใบหน้าของชายคนหนึ่งที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุข...ผมอธิบายไม่ถูกว่ามันเป็นยังไง...ผมไม่เคยเห็นหน้าของชายคนนี้อย่างแน่นอน...แต่ว่าชายในภาพที่ถูกไคคุงวาดขึ้นนั้น ช่างดูมีชีวิตชีวาราวกับจะเคลื่อนไหวได้จริงๆ.......
นี่.......ไคคุง...เธอ กำลังทำอะไรอยู่น่ะ ผมอดที่จะนิ่งเฉยอยู่ไม่ไหว...
ฮะ?.....ก็กำลังวาดภาพรุกิอยู่ไง...ผมชอบตอนรุกิยิ้มที่สุด! เวลารุกิยิ้มแล้วเหมือนคนใจดี แต่ถึงรุกิไม่ยิ้ม รุกิก็จะใจดีกับผมอยู่แล้วล่ะ! ไคคุงรามือจากภาพตรงหน้าแล้วหันมาตอบด้วยท่าทางแจ่มใส........แต่ตอนนี้อารมณ์ของผมคงจะไม่แจ่มใสไปกับหมอนี่ด้วย!....
เธอจะบ้ารึไง!ฉันบอกให้เธอเขียนที่อยู่ หรือไม่ก็วาดแผนที่ไม่ใช่เหรอ! แล้วนี่จู่ๆก็มานั่งวาดรูปเล่น....นี่กะจะกวนประสาทกันรึไง!? ผมยอมรับว่าตอนนี้ควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้ไม่อยู่จริงๆ การกระทำของไคคุงนั้นเหมือนกับกำลัง กวนตีน ผมอยู่.....ตกลงหมอนี่มันเป็นคนยังไงกันแน่....
อ้ะ!..ผมผมเปล่านะ.....อุรุฮะโกรธแล้วอ่ะ....ฮือ...ผมทำอะไรผิดเหรอ...ฮึก....อย่าโกรธผมเลยนะ...ผมขอโทษ....ผมจะเป็นเด็กดี.....ฮือ....ผมไม่ดื้อไม่ใช่เหรอ....ฮือ....ฮึก.... อะ...เอ่อ....ไคคุงร้องไห้....และแล้วผมก็พลันรู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่แกล้งเด็ก...ทำไมกัน...ทั้งๆที่หมอนี่ก็บอกว่าตัวเองอายุ 19 แล้ว.....ตั้ง 19 แล้วต่างหาก!!! ...แต่ทำไมบางครั้งการกระทำหลายๆอย่างถึงดูราวกับเด็กที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวไม่รู้จักโต....หรือหมอนี่จะเคยประสบอุบัติเหตุได้รับการกระทบกระเทือนทางสมอง? ถ้าเป็นอย่างนั้น...ผมก็กำลังเก็บเอางานหนักมาแบกไว้บนบ่าแล้วล่ะ...
เอ่อ...ไคคุง....เงียบๆนะไม่ร้องนะคนดี...ฉันไม่ได้โกรธเธอนะ....ฉันแค่หงุดหงิดนิดหน่อยที่จู่ๆเธอก็วาดรูปเล่น ไม่ยอมเขียนที่อยู่ให้ฉันสักทีน่ะสิ ผมเขยิบเข้าไปโอบไหล่ไคคุง พยายามอย่างยิ่งที่จะปลอบประโลมให้หายงอแง.....
......ใช่ว่าจะไม่น่ารัก...ผมยอมรับว่า ถึงไคคุงจะร้องไห้งอแงเหมือนเด็กก็ยังมองดูน่ารัก....แต่ถ้าจะให้ดี เปลี่ยนเป็นไคคุงที่กำลังยิ้มแย้มอย่างมีความสุขน่ามองกว่า....
.ฮือ....ฮึก.....ผม....ผมสาบาน....ผมวาดเหมือนนะ....รุกิเป็นแบบนี้จริงๆ....แล้วก็ชอบยิ้มแบบนี้ด้วย..ฮึก.... ไคคุงที่สะอึกสะอื้นจนตัวโยน พยายามอธิบายให้ผมฟังอย่างจริงจัง
เอ่อ...คือว่านะไคคุง....ฉันไม่ได้หมายความถึงรูป....ฉันอยากได้ที่อยู่ของเธอ...บ้านของเธอน่ะ....บอกฉันได้มั้ย หืม~...บ้านของเธออยู่ที่ไหน?.... ผมพยายามใช้น้ำเสียงและท่าทางอย่างละมุมละม่อมที่สุด.....สาบานได้ว่าไม่เคยต้องทำอ่อนโยนอย่างนี้กับใครมาก่อนในชีวิต.......
บ้าน?....บ้านเหรอ?.....บ้านของผม....เป็นสีขาวแล้วก็ใหญ่ มีต้นไม้เยอะแยะ....แต่ที่นั่นผมไม่อยากกลับไป! ที่นั่นมีคนน่ากลัวอยู่!...บ้านอาโออิผมก็ไม่อยากไปอีกแล้ว!......อาโออิเป็นคนไม่ดีอ่ะ....เค้าแกล้งผม....เค้าจะทำร้ายผมอ่ะ....ฮือ..ฮึก.... ไคคุงที่ดูเหมือนจะสงบลงในทีแรกกลับร้องไห้ฟูมฟายหนักกว่าเก่า....ผมไม่รู้จะทำยังไงกับเจ้าเด็กโข่งนี่ดี...ที่ผมพอจะรู้อยู่ตอนนี้คือ...ไคคุงต้องผิดปกติทางสมองหรืออะไรสักอย่างแน่ๆ ถึงทำให้กริยาอาการที่แสดงออกดูเหมือนเด็กกว่าอายุจริงขนาดนี้.........
เอาล่ะๆไคคุง....นิ่งซะนะเด็กดี....นิ่งฟังที่ฉันจะพูดซักนิดนึงได้มั้ย ฮื้อ?
ฮึก...ฮือ.....ครับ.....อึก... เอาล่ะ ดีมาก...ไคคุงดูจะพอคุยรู้เรื่องบ้างแล้ว ต้องฉวยโอกาสนี้ล่ะ
โอเคนะ....อันดับแรก....อาโออิเป็นใคร? ผมยิงคำถามที่สงสัยที่สุดทันที
เป็น...เป็นเพื่อนของรุกิฮะ...รุกิบอกให้ผมอยู่กับอาโออิไปก่อน แล้วรุกิจะมาหาผมทุกๆวันล่ะ อ่อ...เป็นอย่างนี้นี่เอง ผมพอจะปะติดปะต่อห่วงโซ่ความสัมพันธ์ได้นิดหน่อย
อืม...แล้วพอเธอโดนอาโออิแกล้งก็เลยไม่อยากกลับไปที่นั่นอีกสินะ....แต่ว่าบ้านที่เธออยู่ปัจจุบันก็ดันมีคนน่ากลัวอยู่ เลยไม่อยากกลับไปอีก.........งั้นตอบฉันอีกคำถามนึง...ปกติรุกิอยู่บ้านเดียวกับเธอมั้ย? หมายถึงบ้านที่มีคนน่ากลัวอยู่นั่นแหละ.. ผมเสริมให้อีกนิดหน่อยเมื่อเห็นไคคุงเริ่มหน้ามุ่ยและขมวดคิ้วเหมือนจะไม่เข้าใจ
อยู่ฮะ!...แต่ไม่อยู่ทุกๆวันเหมือนผม...รุกิบอกว่ารุกิต้องไปทำงาน ไคคุงอยู่บ้านต้องเป็นเด็กดี แล้วจะซื้อขนมกับของเล่นมาฝาก
แล้ว...ไคคุงพอจะรู้จักที่ทำงานของรุกิมั้ย?
อ่า....ผม....ผมไม่รู้จักที่ทำงานของรุกิ........ ไคคุงดูหงอยลงไปทันที...ถึงคำตอบจะเป็นอะไรที่ไม่น่าดีใจสำหรับผมเท่าไหร่...แต่ผมก็อดที่จะยิ้มให้กับท่าทางเหมือนหูลู่หางตกของไคคุงไม่ได้...ยิ่งเห็นแก้มป่องๆนั่น ยิ่งน่าหมั่นเขี้ยว...
แต่อ้ะ!....รุกิให้ นี่ ผมด้วย....บอกว่าเป็นงานของรุกิ นี่ ของไคคุงคือสร้อยคอที่ประดับจี้รูปไม้กางเขน ลวดลายวิจิตรสวยงาม...ไคคุงไม่ได้ถอดมันออกจากคอ แต่เจ้าตัวพยายามขยับเข้ามาใกล้ๆแล้วยื่นจี้มาตรงหน้าผม.....ผมพยายามมองสำรวจอย่างพินิจพิเคราะห์ เพราะอย่างน้อยจี้ที่อยู่ในมือตอนนี้ก็เหมือนกับเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่เหลืออยู่....
บริเวณตัวจี้ไม่ได้สลัก ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรฯ อย่างที่ผมแอบหวังไว้ แต่กลับมีตัวอักษรภาษาอังกฤษแบบโบราณสลักไว้ว่า The Gazette ซึ่งผมเดาเอาว่าคงจะเป็นชื่อยี่ห้อของสร้อยเส้นนี้........และสงสัยจะเป็นยี่ห้อน้องใหม่ เพราะผมไม่ยักกะรู้จัก...
...แต่อย่างน้อยถ้าที่ไคคุงพูดเป็นความจริง ก็น่าจะเดาๆได้ว่าพี่ชายของไคคุงทำงานเกี่ยวข้องกับเครื่องประดับยี่ห้อนี้...และเรื่องราวก็อาจจะไม่ยากอย่างที่ผมกลัวก็เป็นได้...
----------------------------------
ไคคุง อยู่คนเดียวได้นะ?...ฉันจะกลับมาตอนซักประมาณเกือบๆตีหนึ่ง...ง่วงก็นอนไปก่อนนะ แล้วก่อนเข้านอนก็อย่าลืมปิดทีวี ปิดไฟ ให้เรียบร้อยล่ะ อ่อ! อย่าลืมดึงปลั๊กทีวีออกด้วย มันเปลืองไฟ ผมที่กำลังจะออกไปทำงานสั่งเสียไคคุงที่เดินมาส่งตรงหน้าประตูห้องเสียยืดยาว
สรุปว่าวันนี้....โครงการส่งไคคุงกลับบ้านก็มีอันต้องพับเก็บชั่วคราว เนื่องจากข้อมูลนั้นมีน้อยเพียงสร้อยเส้นเดียว...ไคคุงจึงต้องอาศัยอยู่ที่นี่กับผมไปอีกซักพักใหญ่ๆ จนกว่าผมจะหาพี่ชายของไคคุงพบ...
.........ผมอยู่คนเดียวได้ฮะ ผมจะปิดไฟ ปิดทีวี แล้วถอดปลั๊กออกด้วย!...อุรุฮะไม่ต้องห่วงนะ~ ผมจะดูแลที่นี่ให้เอง! ไคคุงรับคำอย่างแข็งขัน ซึ่งมันก็ทำให้ผมรู้สึกเบาใจขึ้นที่จะปล่อยให้หมอนี่อยู่คนเดียว
อืม..ดีมาก....ถ้างั้นฉันไปล่ะ ผมที่กำลังจะก้าวขาออกจากห้องแต่กลับถูกไคคุงรั้งเอาไว้ซะก่อน
อ้ะ...เดี๋ยวฮะ....เดินทางปลอดภัยนะครับ~ ไคคุงไม่ได้รั้งไว้เพียงข้อมือ แต่เจ้าเด็กนั่นกลับโถมตัวเข้ากอดผมทั้งตัว ซึ่งนั่นก็ทำให้ผมได้แต่ยืนอึ้งอยู่กับที่ แต่...น้ำเสียงอ้อนๆที่กล่าวคำว่า เดินทางปลอดภัยนะครับ~ แล้วตามมาด้วยจูบฟอดใหญ่ที่แก้มทั้งสองข้าง...ยิ่งทำให้ผมทั้งอึ้งและทำอะไรไม่ถูกไปมากกว่าเดิม........
เอาอีกแล้วสิไคคุง...ผมไม่รู้ว่าที่บ้านของไคคุงสอนมายังไง เด็กนี่ถึงชอบกอดจูบถึงเนื้อถึงตัวนัก! บางที....ผมคิดว่า ไคคุงอาจจะโตมากับพวกชาวต่างชาติรึเปล่านะ? ถึงได้ไม่รู้สึกกระดากอายกับการกอดและหอมแก้มผู้ชายด้วยกัน....เห็นทีว่า การจะมีไคคุงมาอาศัยอยู่ด้วยกันนั้น ผมคงต้องปรับตัวปรับใจกับเรื่องนี้ให้ได้เร็วๆ.......เพราะ...จะให้มารู้สึกตื่นเต้นจนหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำอย่างนี้ทุกวี่วันคงไม่ดีแน่......
เอ่อ...ขะ..ขอบคุณ.......... ผมพูดอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้..........รู้สึกว่าร่างกายเบาหวิวเหมือนตัวจะลอยๆยังไงชอบกล...
....และที่ตอนนี้ออกมายืนอยู่หน้าอพาทเมนต์ได้นี่...คงลอยออกมาสินะ?.....เฮ้อ~ตอนนี้รู้สึกราวกับตัวเองเป็นลูกโป่งสวรรค์เลย.......เป็นบ้าอะไรไปแล้วนะอุรุฮะ......
----------------------------------
.
.
.
.
.
โปรดติดตามตอนต่อไป...
.
.
.
ปัจฉิมลิขิต : แหง่ม...อ่านคอมเม้นต์แล้วรู้สึกดีจริงๆ...รู้สึกลอยๆเหมือนตัวเองจะเป็นลูกโป่งสวรรค์...((แกอ้วนขึ้นน่ะสิ :เสียงจากมุมมืด))
แล้วที่มาอัพได้นี่...คงลอยมาสินะ*กร๊ากกกก* 5555+
อืม...ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์มากๆ...(มากจริงๆ)...ตอนแรกที่เอาเรื่องนี้ลงก็คิดๆอยู่ว่า...คนเค้าจะชอบกันมั้ยนะ?
ทั้งอุรุฮะที่เป็นเมะ แล้วก็ คู่แปลกๆอย่าง อุรุฮะXไค ที่หลายคนบอกว่าไม่ค่อยได้เห็น(หรือไม่เคยเห็น555+)
แต่อุรุฮะกับไคเค้าฝากมาบอกว่า "มันผิดตรงไหน ที่ไคกับอุ๊จะรักกัน!!!" ล่ะ 555555+
เอาล่ะๆ...ยังไงๆตอนนี้หลงหลงเองก็คงจะมีแรงจินตนาการแค่คู่นี้ล่ะนะ((นึกถึงหน้าอุ๊ตอนที่แอบมองไคแล้วยิ้มอยู่คนเดียว...ทำให้จิ้นอะไรๆได้อีกเยอะ555+))
ขอบคุณ คุณ SuicidE oN ValentinE ที่รับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่หลงพยายามส่งผ่านตัวหนังสือไปให้ 555+(พยายามอยู่จริงๆนะ)
แล้วคนอื่นๆล่ะคัฟ คิดว่าหลงหลงถ่ายทอดความรู้สึกผ่านตัวหนังสือได้ดีมั้ย? รู้สึกยังไงบ้างเวลาอ่าน? รู้เรื่องมั้ย?
คือไม่ได้แต่งฟิคแต่งนิยายมาเป็นสิบชาติเศษแล้วอ่าคัฟ เลยไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ แต่แต่งออกมาจากใจชัวร์ๆ 5555+ *กร๊ากกก*
สุดท้ายนี้ก็...ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน ขอบคุณจริงๆ....